สอบปลายภาค
ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ
มี 10
ข้อ
1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี
กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม
และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ จรรยาบรรณ
หมายถึง
หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก
จริยธรรม หมายถึง
คุณความดีที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในการประพฤติที่ดีที่ชอบ
คุณธรรม หมายถึง ความดีงามที่ถูกปลูกฝังขึ้นในจิตใจ
ค่านิยม หมายถึง
สิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปรารถนาต้องการให้เป็นเป้าหมายของสังคมและปลูกฝังให้สมาชิกของสังคมยึดถือเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตควรหลีกเลี่ยง
จารีตประเพณี หมายถึง
การปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้
กฎหมาย หมายถึง กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น
หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ
เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม
หรือเพื่อกําหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ
จากคำนิยามจะเห็นได้ว่า
จริยธรรมและคุณธรรมมีความเหมือนกันตรงคุณงามความดีที่เกิดขึ้นเมื่อได้ปฏิบัติ
จรรยาบรรณก็แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฎิบัติ
ส่วนค่านิยม จารีตประเพณี และกฎหมาย
จะเหมือนกันตรงที่ว่าเป็นสิ่งหรือกฎที่ต้องยึดในการปฎิบัติ
ซึ่งถ้าผู้ใดละเลยก็จะถือได้ว่าทำผิดแต่จะต่างตรงที่กฎหมายจะมีบทลงโทษที่ชัดเจน
2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย
เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้
สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
ตอบ ในสังคมทุกวันนี้มีมนุษย์จำนวนมากที่มีความแตกต่างกัน
ทั้งด้านความคิดเห็นและพฤติกรรมต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีกฎระเบียบหรือกติการ่วมกัน
เพื่อเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการควบคุมความประพฤติของมนุษย์
และช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
กฎหมายมีความสำคัญต่อสังคมในด้านต่างๆ ดังนี้
1. กฎหมายสร้างความเป็นระเบียบและความสงบเรียบร้อยให้กับสังคมและประเทศชาติ
เมื่ออยู่รวมกันเป็นสังคมทุกคนจำเป็นต้องมีบรรทัดฐาน
ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติยึดถือเพื่อความสงบเรียบร้อย ความเป็นปึกแผ่นของกลุ่ม
2. กฎหมายเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์
พลเมืองไทยทุกคนต้องปฏิบัติตนตามข้อบังคับของกฎหมาย
ถ้าใครฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องได้รับโทษ กฎหมายจะเกี่ยวข้องกับ
การดำรงชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย
3. กฎหมายก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม คนเราทุกคนย่อมต้องการความ
ยุติธรรมด้วยกันทั้งสิ้น การที่จะตัดสินว่าการกระทำใดถูกต้องหรือไม่นั้น
ย่อมต้องมีหลักเกณฑ์ ฉะนั้น กฎหมายจึงเป็นกฎเกณฑ์สำคัญที่เป็นหลักของความยุติธรรม
4. กฎหมายเป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
การกำหนดนโยบายพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปในทางใด
หรือคุณภาพของพลเมืองเป็นอย่างไร จำเป็นต้องมีกฎหมายออกมาใช้บังคับ
เพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมายของการพัฒนาที่กำหนดไว้ ดังจะเห็นได้จากการที่กฎหมายได้กำหนดให้บุคคลมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้น
ฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี
โดยรัฐเป็นผู้จัดการศึกษาให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บ
ค่าใช้จ่ายนั้น ย่อมส่งผลให้ คุณภาพด้านการศึกษาของประชาชนสูงขึ้น
หรือการที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ พิทักษ์ปกป้อง
และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ย่อมทำให้สังคมและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนมีมาตรฐานดีขึ้น
ดังนั้น
การที่ประเทศใดจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เป็นไปในแนวทางใดก็ตามถ้าได้มีบทบัญญัติของกฎหมายเป็นหลักการให้ทุกคนปฏิบัติตาม
ก็ย่อมทำให้การพัฒนา
คุณภาพชีวิตของประชาชนประสบผลสำเร็จได้สูงกว่าการปล่อยให้เป็นไปตามวิถีการดำเนินชีวิตของสังคมตามปกติ
3. พระราชบัญญัติการการศึกษา
มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ พระราชบัญญัติการศึกษา
ในหมวด 4 ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา จะกล่าวถึงหลักการสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนการสอน (มาตรา 22) ซึ่งรวมถึงจุดมุ่งหมายและสาระเนื้อหาของหลักสูตร (มาตรา 23 และ 27) กระบวนการจัดการ (มาตรา 24) และการประเมินผล (มาตรา 25) องค์กรที่จัดทำหลักสูตร
(มาตรา 26) และเงื่อนไขของความสำเร็จอื่นๆ
มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 22 ไม่ได้กล่าวโดยตรงว่า
ต้องยึดหลักนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน
เพราะอาจจะสร้างปัญหาเชิงกฎหมายในการบังคับใช้ และการตีความ นอกจากนั้นในปรัชญาการเรียนการสอนควรหลีกเลี่ยงแนวคิดแบบสุดโด่งที่แยกขั้วระหว่างการเรียนของนักเรียนและการสอนของครูมาตรา 22 จึงกล่าวอย่างเป็นกลางๆ ไว้โดย "ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
มาตรา 23 การจัดการศึกษา
ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้
(1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม
ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทย
และระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจ และประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
(3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา
ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
(4) ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา
เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
(5) ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
มาตรา 23 กล่าวถึงเนื้อหาสาระหรือทิศทางของเนื้อหาสาระของหลักสูตรโดยทั่วไปแต่อาจจะเน้นมาทางหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานมากหน่อย โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มการเรียนรู้เป็น 5 กลุ่ม
ตามวรรคหนึ่งถึงวรรคห้าของมาตรา 23
ในข้อเท็จจริง การกำหนดเนื้อหาสาระของหลักสูตรจะต้องพิจารณาระดับการศึกษา
ประเภทของการศึกษา และความถนัดส่วนบุคคลมาประกอบด้วย
การศึกษาระดับที่สูงขึ้นไปย่อมจัดหลักสูตรที่เน้นสาขาวิชาและสาขาวิชาเฉพาะมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานก็ควรจะต้องมีองค์ประกอบที่เรียกว่า
หลักสูตรแกนกลางที่เน้นตัวร่วมหรือค่านิยมร่วม (Core Values) ระดับชาติ และจะต้องมีหลักสูตรที่สะท้อนปัญหา
และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นด้วย มาตรา 23 จึงเป็นการวางหลักการทั่วไป
ส่วนความแตกต่างในแต่ละระดับจะนำไปกล่าวไว้ในมาตรา 27
มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้
ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์
และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้
คิดเป็นทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ
อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม
ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
(5) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม
สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้
ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ
(6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย
เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
มาตรา 24 กล่าวถึง
กระบวนการเรียนรู้ที่จะต้องดำเนินการแนวทาง 6 ประการ
หรือเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์และลักษณะของวิชา
มาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ
ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ
มาตรานี้จะช่วยส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งรวมความถึงการศึกษาต่อเนื่องในความหมายเดิมของระบบการศึกษานอกโรงเรียน
ฉะนั้น การจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ (ต่อเนื่อง) จึงกระทำได้ในชุมชนต่างๆ
มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
ให้สถานศึกษาใช้วิธีการที่หลากหลายในการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อและให้นำผลการประเมินผู้เรียนตามวรรคหนึ่งมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย
มาตรา 27 ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ในวรรคหนึ่ง
ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม
และประเทศชาติ
มาตรา 27 กำหนดผู้รับผิดชอบจัดทำหลักสูตรไว้เป็น 2 ระดับ ระดับชาติให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลาง ส่วนระดับท้องถิ่นให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำสาระหลักสูตรที่เกี่ยวกับท้องถิ่น
การจัดทำหลักสูตรของสองส่วนนี้ เป็นการเสริมซึ่งกันและกัน การสอนหลักวิชาตามหลักสูตรแกนกลางนั้นสามารถนำเอาเนื้อหาสาระของท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนประกอบได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น วิชาประวัติศาสตร์
ที่มุ่งหมายให้นักเรียนเข้าใจประวัติความเป็นมาของชุมชนของตนเอง และของชาติ หรือการสอนวิชาชีพก็จะสามารถนำข้อมูลอาชีพในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบของการเรียนการสอน
จุดหมายของหลักสูตรแกนกลาง "เพื่อความเป็นไทย" นั้น
ก็หมายถึงความเป็นไทยในลักษณะที่มีเอกลักษณ์จากชาติอื่น ฉะนั้น ความเป็นไทยในความหมายนี้รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่นทุกๆ แห่งที่ปรากฏในอาณาจักรไทยปัจจุบัน
มาตรา 28 หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ
รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสำหรับบุคคลตามมาตรา 10วรรคสอง
วรรคสาม และวรรคสี่ ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้
ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ
ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ
ความดีงามและความรับผิดชอบต่อสังคม
สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา
นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว
ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม
มาตรา 28 กล่าวถึงหลักสูตรระดับต่างๆ
ต้องมีลักษณะหลากหลายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีความสมดุลตามวรรคสอง และหลักสูตรอุดมศึกษา
ต้องมีลักษณะตามวรรคสาม
มาตรา 29 ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร
และรู้จัดเลือกสรรภูมิปัญหาและความต้องการรวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน
มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ
นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาเหตุอย่างไร
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ
- ความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ในหมู่ประชาชน
โดยรัฐบาลระบอบทักษิณได้ปลุกระดมให้ประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลเผชิญหน้ากับกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาล
ทำให้ประชาชนที่มาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลด้วยความสงบถูกกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลใช้อาวุธสงครามเช่นระเบิดเอ็ม 79 ทำร้ายเสียชีวิตถึง 23 คน
และได้รับบาดเจ็บเกือบ 800 คน
รวมทั้งมีผู้ที่พิการอีกด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังตรวจพบว่าฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลได้จัดเตรียมอาวุธร้ายแรงจำนวนมากเพื่อใช้ก่อความไม่สงบในการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลด้วยสันติวิธี
หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชาติอย่างใหญ่หลวง
- ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากการขายข้าวให้รัฐบาลแต่ไม่ได้รับเงินมาเป็นเวลานานเป็นเหตุให้ชาวนาต้องฆ่าตัวตายถึงสิบกว่าคน
และรัฐบาลก็รู้ดีว่าการอยู่ต่อไปของรัฐบาลจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ชาวนาได้เพราะรัฐบาลรักษาการณ์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกู้เงินมาจ่ายให้ชาวนาได้
แต่รัฐบาลมิได้สนใจความเดือดร้อนของชาวนาแต่อย่างใด
คงมุ่งที่จะรักษาอำนาจของรัฐบาลไว้ให้มั่นคงเท่านั้น
ซึ่งผิดวิสัยของรัฐบาลที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
- การทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล
และนักการเมือง โดยเฉพาะจากโครงการรับจำนำข้าวที่ปปช.ได้ชี้มูลความผิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์
นายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง
ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายที่กระทรวงการคลังแถลงไว้มากกว่าห้าแสนล้านบาท
ไม่รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตลาดการค้าข้าวของไทยที่จะได้รับผลกระทบไปอีกหลายปี
ถ้ารัฐบาลระบอบทักษิณมีอำนาจต่อไปก็จะใช้อำนาจปกปิดความผิดและกระทำการทุจริตต่อไป
ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหายมากยิ่งขึ้น
- จากสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ตัดสินใจยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินทั้งๆที่ลังเลอยู่นาน
เพราะรู้ดีว่าจะถูกต่อต้านจากทั้งฝ่ายระบอบทักษิณและพวกตะวันตก ซึ่งเป็นผลดีกับประชาชนชาวไทย
- ส่วนฝ่ายมวลมหาประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมายาวนานกว่าหกเดือนนั้น
ส่วนหนึ่งอาจจะพอใจเพราะเห็นว่าการต่อสู้ด้วยความสงบกับรัฐบาลทรราชย์นั้นยากที่จะได้รับชัยชนะ
แต่อีกส่วนหนึ่งอาจรู้สึกเสียใจเพราะไม่ต้องการให้ทหารเข้ามาปฏิวัติแต่ต้องการให้ทหารสนับสนุนการปฏิวัติของประชาชนซึ่งจะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของประเทศที่ประชาชนจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงประเทศด้วยมือของตนเอง
รวมทั้งไม่แน่ใจว่าทหารจะทำการปฏิรูปประเทศตามเป้าหมายของมวลมหาประชาชนหรือไม่
เท่าที่ผมรับฟังมามวลมหาประชาชนส่วนนี้มีมากเหมือนกัน
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น
หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ
และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น
องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ ไม่เห็นด้วย
เพราะองค์การบริหารส่วนจังหวัดควรจะทำหน้าที่เกี่ยวกับการปกครองจังจังหวัดดูแลจังหวัด
การศึกษาจะต้องขึ้นอยู่กับหน่วยการศึกษาโดยตรง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเหล่านี้พวกเขาได้เรียนมาในด้านของการปกครอง การดูแล
ไม่เหมาะที่จะให้มาปกครองดูแลการศึกษา เพราะหน่วยงานสองหน่วยงานนี้ มีการศึกษา
ดูแลกันมาคนละทิศคนทาง การศึกษาเป้นเรื่องใหญ่ในการดูแลผู้ทที่เหมาะสมจะดูแลคือ
หน่วยการศึกษาโดยตรง
6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
วิืชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้
ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ ในรายวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา
ทำให้เราทราบถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา
ซึ่งเมื่อเราได้ทำหน้าที่ครูหรือนักศึกษาฝึกสอน
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ไม่ทำการอันไม่สมควรต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น การลงโทษเด็กนักเรียน
ว่าควรทำอย่างไรได้บ้าง ถ้าหากเราไปตีเด็กแล้วเด็กไปฟ้องผู้ปกครอง
ถ้าผู้ปกครองมาเอาเรื่องก็จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายตามมา
และในการลงโทษห้ามทำด้วยความโกรธเคืองกระทำได้ด้วยการที่หวังดีเป็นต้น และได้ทราบว่าขอบเขตของการปฏิบัติต่อนักเรียนสามารถทำได้มากน้อยพียงใด
7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร
มีหลักการประกันอย่างไร
ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร
หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
(ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ การประกันคุณภาพมีความหมาย หมายถึง การทำกิจกรรม หรือ
การปฏิบัติภารกิจหลักอย่างมีระบบตามแบบแผนที่กำหนดไว้ โดยมีการควบคุมคุณภาพ (QUALITY
CONTROL) การตรวจสอบคุณภาพ (QUALITY AUDITING) และการประเมิน คุณภาพ (QUALITTY ASSESSMENT) จนทำให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของดัชนี
ชี้วัด ระบบและกระบวนการผลิต ผลผลิตและผลลัพธ์ ของการจัดการศึกษา ประกอบด้วยการ
ประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอก
หลักการของการประกันคุณภาพการศึกษา
1) การสร้างความมั่นใจและสร้างความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
2) การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและเตรียมการ
3) การตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
4) การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
5) การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
6) การสร้างความรู้ ทักษะและความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
7) การประสานสัมพันธ์ในองค์กร บุคลากรในพื้นที่
8) การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร
ถ้าหน่วยงานลงมือทำเอง เราจะเรียกว่า การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน (Internal Quality
Assurance) หมายถึง
การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายใน
โดยวงจรPDCA(Plan – Do – Check – Act) เป็นการปฏิบัติโดยบุคลากรของสถาบันการศึกษาหรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มี
ขั้นตอนการประกันคุณภาพการศึกษา
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
1) ศึกษาและเตรียมการ
2) วางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา
3) ดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามแผน
4) ตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
5) พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
6) เตรียมการเพื่อรับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา
หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียกว่า การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายนอกโดย
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง
เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษา
ประกอบด้วย
1) การตรวจสอบคุณภาพที่ผ่านกระบวนการประกันคุณภาพภายใน
2) การประเมินคุณภาพ
3) การให้การรับรอง
8. ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน
ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ การจัดการเรียนการสอน ในฐานะที่ดิฉันในอนาคตไปเป็นครู
ดิฉันจะให้เด็กทำงานเป็นกลุ่มแล้วมีการเลือกหัวหน้ากลุ่ม
โดยให้นักเรียนในกลุ่มลงประชามติกันในแบบของการลงคะแนนเสียงและได้เชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นในเรื่องของการมีสิทธิของการทำงาน
ชุมชน
ชุมชนเราอาจจะไปสอนไม่ได้แต่เราจะใช้การเดินรณรงค์ในชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนมองเห็นถึงข้อดีของการมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน
การดูแลนักเรียน การกระทำที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริม
พัฒนาให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และมีคุณภาพ ตามที่สังคมต้องการ
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่
ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
ตอบ วิชากฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา
เป็นวิชาที่มีความสำคัญมากกับนักศึกษาวิชาชีพครู เพราะถ้าไม่ได้เรียน
เราก็อาจจะไม่ให้ความสำคัญกับมันเลย และไม่ทราบถึงรายละเอียด ข้อห้าม หรือกฎบังคับ
เกี่ยวกับ การศึกษา ซึ่งถ้าเราประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้าม
ก็อาจจะส่งผลเสียต่อตัวเราเอง เช่น
การไปทัศนศึกษาถ้ามีนักเรียนผู้หญิงไปทัศนศึกษาด้วยหรือทำกิจกรรมร่วมจะต้องมีอาจารย์ผู้หญิงไปด้วย
เมื่อได้เรียนวิชานี้แล้วเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก คือ
สิ่งที่เรารู้กับสิ่งที่อาจารย์ผู้อาวุโสรู้อาจจะแตกต่างกันในเรื่องของกฎหมายทางการศึกษาเพราะปัจจุบันกฎหมายอาจเปลี่ยนไปจึงทำให้เกิดการมีปากเสียงได้ ซึ่งหลังจากการได้รับการเรียนรู้ในรายวิชานี้
ทำให้นักศึกษาต้องยึดหลักในการปฏิบัติ เเละให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
และนักศึกษามีความรู้ความเข้าใจในรายละเอียดที่ค่อนข้างลึกซึ้งมาก
ดังนั้นในการทำความเข้าใจในเนื้อหา ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก
เเต่ก็เป็นประโยชน์ต่อผู้เป็นครูในอนาคต
10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา
นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา
ตอบ สำหรับดิฉันคิดว่าการได้ใช้เทคโนโลยีมามีสอนช่วยให้นักศึกษาได้ศึกษาเรียนรู้กับการผสมผสานกับการรายงานเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เพราะว่าการเรียนรู้ในปัจจุบันนี้ไม่จำกัดขอบข่ายการเรียนไว้เพียงแค่ในชั้นเรียนแต่การเรียนรู้จากการใช้บล็อกจะทำให้เราสามารถที่จะเรียนรู้ได้ตลอดเวลาไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตามและสามารถที่จะทบทวนได้อยู่ตลอดเวลาที่เราต้องการ
แต่ถ้าเกิดในที่ที่เราอยู่ไม่สามารถทำงานหรือเรียนรู้ผ่านบล็อกได้ก็จะทำการเรียนรู้นั้นไม่เหมาะสมและเกิดผลประโยชน์น้อยได้เหมือนกัน
1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิืชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร (ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
8. ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ชุมชน ชุมชนเราอาจจะไปสอนไม่ได้แต่เราจะใช้การเดินรณรงค์ในชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนมองเห็นถึงข้อดีของการมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน
การดูแลนักเรียน การกระทำที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริม พัฒนาให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และมีคุณภาพ ตามที่สังคมต้องการ
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา